สวัสดีครับ ผมยินดีต้อนรับทุกท่านครับ

มาหาความรู้ทั่วไปกันดีกว่า มีมากมายครับผมลองเอาไปใช้กันดูมีประโยชน์ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

การเลือกแว่น ให้เข้ากับหน้า


หน้ารูปไข่ (Oval)
คนที่มีหน้ารูปนี้ โชคดีมากค่ะ เพราะคุณสามารถสวมใส่แว่นได้ทุกรูปแบบ ทั้งแบบโค้ง แบบเหลี่ยม แบบกรอบใหญ่ กรอบเล็ก แต่ควรหลีกเลี่ยงแว่นที่มีตำแหน่งขาแว่นต่ำ และอย่าให้ยื่นออกจากฝบหน้ามากจนเกินไป


หน้ารูปทรงกลม (Round)

คุณมีรูปหน้าที่มีความกว้าง และความยาวของใบหน้าเท่าๆ กัน เพราะฉะนั้น หลีกเลี่ยงแว่นที่มีลักษณะกลมทั้งหลายเลยค่ะ ควรเลือกแว่นที่มีตำแหน่งขาแว่นสูง หรืออยู่ตรงกลาง ขอแนะนำเป็นทรงปีกผีเสื้อ ทรงรี หรือทรงเหลี่ยม เลยค่ะ


หน้ารูปทรงสี่เหลี่ยมยาว (Oblong)

รูปหน้าลักษณะนี้ มีความกว้างน้อยกว่าความยาว ต้องใช้แว่นที่มีลักษณะเป็นแนวนอน ตำแหน่งขาแว่นต่ำ เช่น ทรงกลม ทรงรี แว่นโค้ง แต่ต้องหลีกเลี่ยงแว่นที่มีลักษณะเหลี่ยมค่ะ


หน้ารูปสามเหลี่ยมตั้ง (Base-Down Triangle)

คุณเป็นคนมีหน้าผากแคบ ส่วนช่วงโหนกแก้ม และคางกว้าง ควรเลือกแว่นที่ด้านบนกว้าง และหนา ส่วนด้านล่างทำมุมเข้า เช่น ทรงสี่เหลี่ยม หรือแบบไม่มีกรอบ


หน้ารูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด (Diamond)

รูปหน้าที่มีหน้าผากและคางแคบ โหนกแก้มกว้าง... ไม่ต้องหนักใจค่ะ รีบหาแว่นทรงกลม ทรงรี หรือไม่มีขอบด้านล่างมาใส่เลย

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ความสามารถพิเศษของมือถือ ที่เราไม่รู้ !!


ประโยชน์ของโทรศัพท์มือถือที่คุณอาจยังไม่ทราบ

1. หมายเลขสากลฉุกเฉิน 112 ใช้ได้ทั่วโลก

ถ้าเกิดเราหลงไปอยู่ในเขตที่ไม่มีสัญญาณเลย

แต่มีเหตุด่วนเหตุร้าย ให้กด 112 แล้วมันจะหาเบอร์ให้เองอัตโนมัติ

แม้แต่เราล็อคปุ่มก็ยังกดเบอร์นี้ได้..ลองดูสิครับ

หมายเหตุ – ถ้าอยู่ดาวอังคารคงใช้ไม่ได้...



2. ใช้ในกรณีที่ลืมกุญแจไว้ในรถ...สำหรับรถที่ใช้ Remote Key

ถ้ารถล็อคไปแล้ว แต่เรามีกุญแจสำรองอยู่ที่บ้าน

ให้โทรไปหาคนที่อยู่ที่บ้านด้วยมือถือ

(เราต้องโทรไปหาเบอร์มือถือของเขาด้วยนะ)

เมื่อเขารับแล้วให้เราบอกเขาให้กดปุ่ม unlock บนกุญแจสำรอง

ในขณะที่เราถือมือถือให้ห่างจากประตูรถประมาณ 1 ฟุต

(คนที่อยู่บ้านที่เราวานให้กดต้องเอากุญแจไปจ่อใกล้กับมือถือของเขาในขณะที่กดปุ่ม)

ประตูรถก็จะเปิดออกเหมือนเรากดปุ่มรีโมทด้วยตัวเองเลยแหละ

ระยะทางไม่มีปัญหาแม้รถกับบ้านจะอยู่ห่างกันเป็น ร้อย ๆ กม. ก็ตาม



3. กรณีแบ็ตใกล้จะหมด *3370#สำหรับมือถือ Nokia

ถ้าเกิดถ่านเหลือน้อยเต็มทีจนใกล้ดับแต่เราจำเป็นต้องโทรออก

ให้กด *3370# มันจะรีดพลังสำรองที่ซ่อนออกมา

แล้วแสดงให้เห็นว่าเพิ่มพลังถ่านให้ขึ้นมาอีก 50%

และมันจะชดเชยส่วนสำรองนี้ในการชาร์จแบ็ตครั้งต่อไป



4. ถ้าโทรศัพท์หาย ต้องการทำให้ใช้ไม่ได้ตลอดไป

ในกรณีนี้เราต้องใช้หมายเลข serial number ประจำเครื่องซึ่งมี 15-17 หน่วย

การที่จะทราบหมายเลขนี้ก็ไม่ยากครับกด *#06#

แล้วหมายเลขประจำเครื่องก็จะขึ้นมาให้เห็นทันทีเหมือนเล่นกล

จดไว้ครับแล้วเก็บไว้ให้ดี.....

ที่นี้ถ้ามือถือหายหรือตกหล่นให้โทรไปที่ศูนย์

แล้วแจ้งหมายเลขให้เขาไปเขาก็จะบล็อคเครื่องของเราให้

แล้วทีนี้มือถือที่หายไปจะใช้ไม่ได้อีกเลย

ถึงแม้ว่าคนขโมยไปจะเปลี่ยน Sim card

มันก็จะยังใช้ไม่ได้อยู่ดี

ได้อย่างเดียวคือไว้เขวี้ยงหัวหมาหรือหลังคาคนอื่น

อาจจะหลอกไปขายต่อได้..ถ้าคนซื้อต่อเขาไม่รู้....)

วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

น้ำผลไม้ที่ควรดื่ม ตามกรุ๊ปเลือด


คนเลือดกรุ๊ปโอ
ส่วน มากจะมีกรดในกระเพาะอาหารสูง สามารถย่อยอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ควรกินอาหารจำพวกแป้งมากเกินไป เพราะจะย่อยยาก เสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคอ้วน
เครื่องดื่มที่เหมาะกับเลือดกรุ๊ปโอคือ

• น้ำสับปะรด

• น้ำลูกพรุน
แต่ไม่ควรดื่มน้ำแอปเปิล น้ำส้ม น้ำกะหล่ำปลี

เลือดกรุ๊ปเอ

เรียก ว่าตรงข้ามกับกรุ๊ปโอ แทบจะทุกอย่าง เพราะเลือดกรุ๊ปนี้จะมีกรดในกระเพาะอาหารต่ำ จึงเหมาะกับอาหารมังสวิรัติและควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกอาหารสำเร็จรูป เช่น

• ไส้กรอก

• แฮม

เพราะอาหารจำพวกนี้มีสารดินประสิวที่ไปกระตุ้นให้เกิดมะเร็งในกระเพาะอาหาร
เครื่องดื่มที่เหมาะสมกับคนเลือดกรุ๊ปเอก็คือ

• น้ำแอปพริคอต

• น้ำแคร์รอต
• น้ำเซเลอรี
• น้ำเกรปฟรุต

• น้ำสับปะรด
• น้ำมะนาว
เพราะมี วิตามินซีสูง แต่ไม่ควรดื่มน้ำส้ม น้ำมะละกอ และน้ำมะเขือเทศ

เลือดกรุ๊ปบี
เป็นกรุ๊ปเลือดที่สามารถต้านทานโรคมะเร็งและโรคหัวใจได้ แต่ยังมีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกันของร่างกาย
จึงควรกินอาหารจำพวก

• ผักใบเขียว

• ตับ

• ไข่

• นมไขมันต่ำ

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญ

• น้ำกะหล่ำปลี

• น้ำแครนเบอร์รี่

• น้ำองุ่น

• น้ำมะละกอ

• น้ำสับปะรด

เป็นเครื่องดื่มที่เหมาะ แต่ให้ระวังการดื่มน้ำมะเขือเทศ

เลือดกรุ๊ปเอบี

คนเลือดกรุ๊ปนี้ เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร
จึงควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินซี เช่น

• บร็อกโคลี่

• เชอร์รี่
• ส้มโอ

• เกรปฟรุต

• กะหล่ำปลี

• และดื่มน้ำแคร์รอต
• น้ำเซเลอรี

• น้ำแครนเบอร์รี่
• น้ำองุ่น
•น้ำมะละกอ

เพราะช่วยต้านมะเร็งได้ แต่ไม่ควรดื่มน้ำส้มเพราะทำให้ย่อยยาก

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เทคนิค Windowsดีดี ที่บางทีเราก็ลืมไป


เทคนิค Windowsดีดี ที่บางทีเราก็ลืมไป

1. ในขณะที่คุณกำลังจะ Restart เครื่องใหม่ ก่อนที่จะกดปุ่ม OK ให้คุณกด Shift ค้างไว้ จะทำให้คุณ Restart ได้เร็วขึ้น

2. ในบาง Web Site หากคุณกด Ctrl ค้างไว้ และเลื่อน Scroll ที่ Mouse จะทำให้ตัวอักษรของ Web Site นั้นใหญ่ขึ้น

3. หากกดปุ่ม Refresh หรือ F5 แล้วยังเป็นข้อมูลเดิม ลองกด Ctrl + F5 รับรองจะได้ข้อมูลที่ใหม่ล่าส ุดแน่ๆ

4. คุณสามารถเปิดไฟล์ Tips.txt ขึ้นมาเพื่ออ่านเทคนิคต่างๆ ได้ ซึ่งไฟล์นี้จะอยู่ใน c:windows ของคุณ

5. ในระหว่างที่คุณกำหลังใช้งาน IE อยู่นั้น สามารถกดปุ่ม F4 เพื่อเป็นการเปิดดู URL List ในช่อง Address ได้เลย

6. การกดปุ่ม Esc ระหว่างการใช้ IE จะทำให้ IE ของคุณนั้นหยุดโหลดได้ โดยที่ไม่ต้องกดปุ่ม Stop
7. ระหว่างการใช้ IE สามารถกดปุ่ม Alt + D หรือ Ctrl + Tab เพื่อเข้า Address bar อย่างเร็วได้
8. คุณสามารถเพิ่มความเร็วให้กับ Internet ได้โดยทำการถอดสายเครื่องโทรศัพท์ ที่มีการต่อพ่วงอยู่กับสายที่ใช้ต่อ Internet ออก

9. คุณสามารถ ไปที่ Start -> Run และพิมพ์ว่า welcome กด Enter เพื่อเปิดหน้าต่างต้อนรับของ Windows ได้

10. ที่ Notepad หรือ ICQ หากคุณลืมเปลี่ยน Mode ภาษา ให้กดปุ่ม Ctrl + Back Space เพื่อแก้คำที่พิมพ์ผิดไปแล้ว

11. คุณสามารถ เปิด Folder Desktop อย่างรวดเร็ว โดย Start -> Run พิมพ์จุด (.) ลงไปแล้วกด Enter

12. ใน IE สามารถกด Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้า Page ลงได้ ส่วนเลื่อนขึ้นคือ Shift + Space Bar

13. ใน Windows คุณไม่สามารถ สร้าง Folder ที่ชื่อ "con" ได้

14. ใน IE ที่ช่อง Address ปุ่ม Ctrl+Enter สามารถช่วยคุณ ในการพิมพ์ URL ได้เร็วยิ่งขึ้น

15. การกด Ctrl ค้างเอาไว้ ตอนเวลา BOOT เครื่อง จะทำให้คุณไม่พลาด Startup Menu

16. คุณสามารถปิดนาฬิกาที่ Taskbar ได้ โดยคลิกขวาที่ Task bar > Properties > เอาเครื่องหมาย Show Click ออก

17. หากคุณกด F11 ใน Windows Explorer จะช่วยให้มีการทำงานที่สะดวกขึ้น

18. ใน ICQ การส่ง Message หากคุณกด Ctrl+Enter จะสะดวก กว่าการ Click Mouse ที่ปุ่ม send

19. คุณสามารถกด F2 เพื่อ ใช้ในการเปลี่ยนชื่อ Icon ต่างๆ ได้
20. การกด F5 ใน NotePad จะเป็นการแทรก เวลา และวันที่ปัจจุบัน

21. การกด Windows + E จะเป็นเปิด Windows Explorer ขึ้นมา

22. เปิด System Properties อย่างรวดเร็วคือการกด Window + Pause Break
23. การย่อยทุกๆ หน้าต่างที่เปิดใช้งาน ให้ยุบไปให้หมด คือการกด Window + D ถ้าจะขยายคืนมาอีก ให้กดซ้ำ

24. การเคาะวรรคในโปรแกรม Dreamweaver คือ Shift + Ctrl + Space Bar ส่วนการเว้นบรรทัดคือ Shift + Enter

25. การลบไฟล์แบบ ไม่เก็บไว้ใน Recycle Bin คือการกด Shift + Delete

26. การกด Shift ค้างไว้ เวลาใส่แผ่น CD-Rom จะเป็นการไม่ให้มันเปิด Autorun ของแผ่น CD-Rom นั้นขึ้นมา

27. การ Restart เครื่องอย่างเร็ว คือไปที่ Start -> Shut Down... -> Restart จากนั้น ก่อนที่จะ OK ให้กด Shift ค้างเอาไว้

28. ในระหว่างใช้ Browser คุณสามารถกดปุ่ม Space Bar เพื่อเลื่อนหน้าลง และ Shift + Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้าขึ้นได้
29. กด Shift + คลิก จะเป็นการเปิดหน้าต่างขึ้นมาใหม่ โดยไม่ต้อง back กลับ

30. คุณสามารถ ไปที่ Start -> Run และพิมพ์ว่า hwinfo /ui กด Enter เพื่อดูรายงานต่างๆ ของ HardWare

มารู้จักกับผู้สร้างตำนาน “Ctrl+Alt+Delete” อันโด่งดังกัน


คอนโทรล (Ctrl) ออลติเนต (Alt) และดีลีท (Delete) คือคำสั่งยอดฮิตสำหรับจัดการกับคอมพิวเตอร์ ที่ไม่สามารถควบคุมได้ที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปรู้จักกันดี

โดยทั้งสาม ปุ่มนี้จะต้องกดพร้อม ๆ กัน จากนั้นระบบจะทำการบูตเครื่องใหม่ ซึ่งทั้งสามปุ่มนี้ เป็นที่รู้จักและยอมรับอย่างแพร่หลายมาตลอด 10 ปีที่คอมพิวเตอร์มีบทบาทกับชีวิตของมนุษย์เรา


“เดวิด บรัดเลย์ (David Bradley)” หนึ่งในพนักงานจากยักษ์ใหญ่สีฟ้า “ไอบีเอ็ม” เขาคือผู้คิดค้นโค้ดคำสั่งดังกล่าว โดยใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาที ในการเขียนโค้ดคำสั่ง แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เขาได้สร้างคำสั่งที่ตรงใจผู้ใช้และจำเป็นมากที่สุดคำสั่งหนึ่งเลยทีเดียว

บรัดเลย์เข้าร่วมงานกับไอบีเอ็มเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1975 ในตำแหน่งวิศวกร ประจำอยู่ที่โบคา ราตัน รัฐฟลอริด้า จากนั้นในปี 1980 เขาคือทีมงาน 1 ใน 12 คนของไอบีเอ็มที่ปลุกปั้นคอมพิวเตอร์พีซีขึ้นมา ซึ่งนั่นทำให้เขาย้ายมาทำในส่วนของการวิจัยและพัฒนาให้กับไอบีเอ็ม


โดยในยุคเริ่มแรกของพีซีนั้น พวกเขาจำเป็นต้องออกแบบให้มันใช้งานได้ง่ายที่สุด รวมถึงวิธีการรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์ ในกรณีที่มันทำงานผิดพลาด หรือเกิดแฮงค์ขึ้นมานั่นเอง และโค้ดคำสั่ง Ctrl + Alt + Delete ก็คือหนึ่งในหลาย ๆ คำสั่งที่บรัดเลย์คิดขึ้นมาได้


“ในตอนนั้นผมไม่ทราบหรอกว่ามันจะกลายเป็น คำสั่งสำคัญของคอมพิวเตอร์พีซีในอนาคต เพราะว่าผมก็ต้องคิดคำสั่งต่าง ๆ อีกมากมาย นอกเหนือจาก Ctrl+Alt+Delete แต่ปรากฏว่าคำสั่งดังกล่าวนี้ เป็นที่รู้จักมากที่สุด”


แต่ก็อาจกล่าวได้ว่า ชื่อเสียงที่โด่งดังของเขานั้น ขึ้นอยู่กับความผิดพลาดของคนสร้างโปรแกรม ว่าจะสร้างพลาดมากน้อยเพียงไร โดยเขากล่าวว่า “ผมอาจจะเป็นคนสร้างมันขึ้นมา แต่บิล เกตต์ คือคนที่ทำให้มันเป็นที่รู้จัก” ซึ่งการสรรเสริญของบรัดเลย์ต่อบิล เกตต์ครั้งนี้ ทำให้เจ้าของค่ายยักษ์ใหญ่อย่างไมโครซอฟท์ ผู้สร้างซอฟต์แวร์Microsoft’s Windows ชื่อดังถึงกับหัวเราะไม่ออกมาแล้ว เพราะอีกนัยหนึ่งก็คือการตอกย้ำให้เห็นถึงความผิดพลาด ในการทำงานของซอฟต์แวร์ของบิล เกตต์นั่นเอง


ปัจจุบัน บรัดเลย์มีอายุ 55 ปี และได้ลาออกจากไอบีเอ็ม บริษัทที่เขาใช้เวลาร่วมด้วยนานเกือบทั้งชีวิต เป็นระยะทางทั้งสิ้น 28.5 ปีแล้ว จากนั้นรายงานระบุว่า เขาจะใช้เวลาหลังการเกษียณตัวเองในการสอน นักศึกษาให้กับมหาวิทยาลัยนอร์ท แคโรไลน่า

ที่มาจาก www.okanation.net

วิธีทำให้ Nero ไรด์เเผ่นให้ได้ 830 เมก ++++


ปล. แผ่น CD-R 700MB/80Min หมายถึงแผ่น cdr ที่ไรท์ข้อมูลลงไป(โดยเครื่องไรท์ทั่วๆไปที่ผลิตอยู่ในมาตราฐานหรือเรียก ว่าเครื่องที่มีคุณภาพดี) โดยที่ข้มูลไม่เกิน 700MB โอกาสทีจะเกิดแผ่นเสีย จะน้อยกว่า 1% หากเราพยายามที่จะไรท์ ข้อมูลให้ได้มากกว่า 700 %ที่จะเกิดข้อผิดพลาด(แผ่นเสีย)จะสูงมากขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ คุณภาพของแผ่น(ยี่ห้อ), สภาพผิวของแผ่น ,สภาพของหัวlaser ,สภาพของ len , มาตราฐานเครื่องไรท์ ฯลฯ รวมถึงประสิทธิภาพของ โปรแกรมที่ใช้ไรท์ ที่เรา กำลังทำอยู่นี่ คือการพยายาม ทำอะไรที่ทะลุขีดจำกัดมาตราฐาน โอกาสเกิดข้อผิดพลาดย่อมมีมากกว่าปกติ(ของผมไรท์ปกติไม่เกิน 700 ใช้แผ่น princo ขาว cdrom ของ asus ใน 100 แผ่น ยังมีเสีย 2-3แผ่น)

สิ่งที่นำเสนอนี้ไม่ใช่มาตราฐานใหม่ เพียงแต่เป็นแนวทางให้เลือกหากมีความจำเป็นที่จะต้องทำ
ดังนั้นหากจะทำการแหกมาตราฐาน แนะนำว่าให้ใช แผ่น cdr ที่มียี่ห้อหน่อย เลือกไดรว์ cdrom ที่มีคุณภาพ โอกาสแผ่นเสียจะลดลงครับ

+++ วิธีทำ +++


1.เปิด โปรแกรม Nero Express

2.คลิก More เลือก Configure

3.General => status bar : yellow marker ใส่เป็น 80 : red marker ใส่เป็น 99

4. กด Apply => OK.

5. Expert Features => เลือกเครื่องหมายถูก หน้า Enable overburn Disk- at- once

6. ตรง Maximum CD size : ใส่ 99 (min)

7. กด Apply => OK.

8. เลือก File ที่ต้องการ Burn => finished => next

9. กด More ตรง Write Method เลือก Disk-at-once

10. Burn

11. จะมี ข้อความขึ้นมาหน้าจอ ถามว่า Over Burn Writing
Prevention better than cure เลือก Write Overburn Disc
12. รอ จนมีข้อความ completed successfully

วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

อันตรายจากข้าวมันไก่....


บัณฑิตวิทยาศาสตร์การอาหารตรวจพบเชื้อแบคทีเรียในปริมาณที่เกินมาตรฐานของกรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์ในจานข้าวมันไก่ที่วางรอขายนานเกิน 4 ชั่วโมงเตือนผู้ซื้อควรร้องขอให้ผู้ขายลวกเนื้อไก่ซ้ำก่อนซื้อหรือกินเพื่อป้องกันและควบคุมอันตรายจากโรคทางเดินอาหาร จากการสุ่มตรวจข้าวมันไก่ซึ่งนิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลายและมีขายอยู่มากตาม ริมบาทวิถีทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดโดยนางสาวปรารถนา เกิดบัว บัณฑิต วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การอาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่าข้าวมันไก่เป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่มีการปนเปื้อนจากเชื้อจุลินทรีย์ สูงแม้ว่าจะผ่าน การปรุงสุกแล้วก็ตามโดยไก่ต้มตัวสุดท้ายถูกแขวนไว้รอขายนาน 8-9 ชั่วโมงจนกว่าจะปิดร้านขณะที่ FAD Food Code แนะนำเวลาในการรอเสิร์ฟไม่ควรเกิน 4 ชั่วโมงนับตั้งแต่การปรุงสุกสำหรับแบคทีเรียที่ตรวจพบในข้าวมันไก่ คือ S.aureus, C.perfringens, Salmonella โดยเฉพาะเนื้อไก่ที่ปรุงทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องนานเกิน 5 ชั่วโมงเชื้อจะเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนขึ้นมากและ พบเชื้อ E.coli ในแตงกวาปอกเปลือกทุกชิ้นที่เป็น

เครื่องเคียงกินกับข้าวมันไก่คาดว่าติดมากับใบมีด เขียงและมือที่ไม่สะอาด
โดยจุลินทรีย์ที่พบสามารถก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนท้องเดิน ปวดท้องมีไข้ หนาวสั่นและอ่อนเพลีย แต่ความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้นจะแตกต่างไปตามปริมาณและชนิดของเชื้อที่ บริโภคผู้วิจัยเสนอแนะว่ามาตรการควบคุมจำนวนจุลินทรีย์ทั้งหมดให้อยู่ ใน เกณฑ์คุณภาพคือ ควรจำกัดเวลาขายไม่เกิน 4 ชั่วโมงโดยนับเวลาตั้งแต่ต้มไก่สุกจนกระทั่งขายหากเกินเวลาควรมีการอุ่น อาหารก่อนรับประทานซึ่งจะเป็น ทางเลือกทำให้เกิดความปลอดภัยต่อการบริโภค มากยิ่งขึ้นนอกจากนี้ผู้ขายควร ระมัดระวังการสัมผัสอาหารที่ปรุงสุกแล้วด้วยมือหรืออุปกรณ์ และภาชนะที่ไม่ สะอาดเพื่อไม่ให้เกิดการปนเปื้อนจากจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค สำหรับจุลินทรีย์ในน้ำจิ้มข้าวมันไก่มีค่าสูงเกินเกณฑ์คุณภาพทางจุล ชีววิทยาของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์อาจเกิดจากการปนเปื้อนมาจากวัตถุดิบไม่ สะอาด แต่เนื่องจากระดับ pH ของน้ำจิ้มข้าวมันไก่วัดได้ 4.22 ขณะที่เชื้อแบคทีเรียจะเจริญได้ดีในอาหารที่มี pH 5.5-7.0 ดังนั้นสภาวะในน้ำจิ้มจึงไม่เหมาะ ต่อการเจริญของแบคทีเรียอย่างไรก็ตามร้านค้าควรเปลี่ยนน้ำจิ้มใหม่ทุกวัน

น้ำ กับ โค๊ก ??


ถ้าท่านรู้เรื่องนี้ ท่านจะดื่มน้ำมากขึ้น เพราะน้ำเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย 75%

มีงานวิจัยพบว่าในคน 100 คน ที่ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว
จะช่วยให้คน 80 คนลดอาการปวดหลังปวดข้อลงได้ ดื่มน้ำวันละ 5 แก้วลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งของลำไส้ใหญ่ได้ถึง 45 % มะเร็งเต้านมได้ 79% และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้เกือบ 50%

ทีนี้มาลองรู้จักน้ำ "โค้ก" กันหน่อย
แน่นอนโค้กรสชาดยอดเยี่ยม แต่ตำรวจทางหลวงจะบรรทุกโค้ก 2 แกลลอน ในช่องท้ายรถเพื่อเวลามีรถชนกันสามารถเอา 'น้ำโค้ก' ล้างเลือดบนถนนได้เกลี้ยงเกลา ถ้าเอา T-bone steak ใส่ในชามกะละมังที่มีน้ำโค้กเต็ม จะพบว่าจะถูกละลายไปหมดใน 2 วัน รินโค้ก 1 กระป๋องลงในโถส้วมทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงแล้วชักโครกกรดซิตริก ในโค้กจะล้างคราบสกปรกในโถส้วมได้สะอาด ถ้าต้องการกัดสนิมที่กันชน ชุมโครเมี่ยมของรถ ให้เอาที่ขัดที่ ทำด้วย foil ชุบโค้ก ขัดสนิมจะออกหมด ถ้าจะล้างทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่ที่มีคราบกรดเกลือเกาะขาวๆ ให้เทน้ำโค้ก ฟองจะกัดคราบขาวออกได้หมด ถ้าจุดขวดติดแน่น งัดไม่ออก เอาผ้าชุบน้ำโค้กหุ้มไว้หลายๆ นาที จะบิดจุดขวดออกได้โดยง่าย ถ้าจะปิ้ง moist ham ให้เทโค้ก 1 กระป๋อง เทลงในกระทะ ห่อแฮมด้วยอะลูมิเนียมฟอล์ยแล้วปิ้ง 30 นาที ก่อนแฮมจะสุก แกะฟอล์ยออก ปล่อยให้น้ำเนื้อหยดลงไปผสมกับน้ำโค้กในกระทะ ท่านจะได้น้ำเกรวี่สีน้ำตาล การล้างคราบไขมันจากเสื้อผ้า ให้ใช้น้ำโค้ก 1 กระป๋อง ผสมกับผงซักฟอกในปริมาณ ที่จะใส่ในเครื่องซัก ปล่อยให้ซักด้วยเครื่องตามปกติ โค้กจะช่วยกำจัดคราบไขมันได้สะอาดหมดจด ท่านสามารถผสมโค้ก ลงในน้ำล้างกระจกรถยนต์ ฟอสฟอริคแอซิดในโค้ก จะช่วยทำความสะอาดกระจกได้ดี น้ำโค้กมี pH 2.8 ถ้าตัดเล็บแช่ในน้ำโค้ก 4 วัน จะละลายหมด เวลาขนย้ายน้ำโค้กเข้มข้นเพื่อส่งตามโรงงานทั่วโลก ที่รถ truck จะต้องติดป้ายไว้ว่า "มีวัตถุที่มีกรดกัดกร่อนได้ เป็นอันตราย" บริษัทขายน้ำโค้ก ใช้น้ำโค้กทำความสะอาดเครื่องยนต์ของรถ truck มานานประมาณ 20 ปีแล้ว ท่านยังอยากดื่ม โค้ก หรือดื่มน้ำกัน เลือกเอาเอง

ความรู้เกี่ยวกับไข้หวัด 2009


เนื่องจากช่วง นี้เห็นว่าโทรทัศน์หนังสือพิมพ์วิทยุได้รายงานเรื่องราวเกี่ยวกับไข้หวัดนี้ มากมายหากแต่ว่าการรายงานข่าวที่ออกมาก็ไม่ครบถ้วนพอที่จะทำให้คนเข้าใจได้ ประกอบกับบางสื่อยิ่งรายงานคนยิ่งตื่นตระหนก ผมเลยลองพยายามเอาเรื่องไข้หวัดนี้มาอธิบายครับ เอาเป็นว่านี่คือการพูดคุยชิวๆเรื่องข้อเท็จจริงแบบที่จะอิงภาษาวิชาการให้น้อยที่สุดครับ เพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจให้ตรงกัน

เชื้อH1N1 มันใหม่ยังไง เห็นในwikiว่าตัวที่ฆ่าคนตายเป็นล้านๆเมื่อก่อนก็คือ H1N1 นี่นา
Spanish flu เป็นไข้หวัดใหญ่ที่ฆ่าพลเมืองของโลกไปประมาณ 5% หรือประมาณ 50-100ล้านคน ในช่วงปี 1918-1919 ไข้ หวัดใหญ่ตัวนี้คือเชื้อ Influenza A H1N1 ... ซึ่งบางคนสังเกตว่ามันคือเชื้อเดียวกันกับเชื้อที่ออกข่าวในตอนนี้ เลยกังวลว่ามันจะร้ายแรงและน่ากลัวมาก จริงๆถ้าจะให้ตอบ มันคือเชื้อคนละตัวกับตอนนั้นครับ คำว่า Influenza A หมายถึงเชื้อไวรัสในตระกูล Orthomyxoviridae ซึ่งมีโครงสร้างหลักทั่วไปเหมือนกัน ความแตกต่างของแต่ละตัวจะอยู่ที่ส่วนที่เรียกว่า H hemagglutinin และ N neuraminidase โดยรูปแบบของ H ในไวรัสไข้หวัดใหญ่จะมีอยู่ 16 แบบ และรูปแบบของ N จะมีอยู่ 9 แบบ ถ้า พูดแบบหยาบๆ ตัวเลขของ H และ N เป็นการจำแนกตามแบบอย่างหยาบๆครับ ดังนั้นไวรัสเมื่อร้อยปีก่อนกับตัวปัจจุบัน แม้ว่าจะมีชื่อที่เหมือนกัน แต่ก็เป็นความเหมือนที่ภายนอกเท่านั้น คุณสมบัติด้านความร้ายแรงไม่สามารถนำมาเทียบกันได้แบบ100% ถ้าจะให้ เปรียบก็เหมือนเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่เป็นนักเรียนมัธยมครับ ... H1 ก็คือกางเกงน้ำตาล H2 คือกางเกงดำ H3 คือกางเกงแดง ...และ N1 คือรองเท้าหนังสีดำ N2คือรองเท้าผ้าใบสีดำ ฯลฯ ดังนั้นไข้หวัดสเปน H1N1 ก็คือเด็กนักเรียนกางเกงขาสั้นน้ำตาลใส่รองเท้าหนังสีดำ และไข้หวัด 2009 ก็คือเด็กนักเรียนกางเกงขาสั้นน้ำตาลใส่รองเท้าหนังสีดำ เหมือนกัน ต่างกันที่ว่าเจ้าไข้หวัดสเปน เป็นเด็กนักเรียนที่พกปืนในกระเป๋า ส่วน2009มันแค่พกสนับมือเท่านั้น

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

อ่ะ..คุณรู้หรือไม่เปลือกไข่ก็กินได้น่ะ


ใครที่ชอบทานไข่ ทราบหรือไม่ว่า เปลือกไข่ก็มีประโยชน์เหมือนกัน วันนี้เกร็ดความรู้มีมาฝากกัน...
- เปลือกไข่อุดมด้วยธาตุเหล็ก นำเปลือกไข่มาล้างให้สะอาด อบย่างให้ร้อนแล้วตำให้เป็นผงละเอียดนำไปหุงปนกับข้าวสาร เป็นอาหารที่มีคุณค่าบำรุงดีมาก และสารอาหารที่จะได้รับจากเปลือกไข่ ก็คือ แคลเซี่ยม

- เปลือกไข่ยังมีประโยชน์ใช้สอยในด้านเป็นเครื่องมือทำความสะอาดสามารถนำไปใช้ ขัดล้างอ่างล้างหน้าอ่างอาบน้ำและเครื่องใช้เซรามิคทั้งหลาย

- ใช้แทนแปรงล้างขวดหรือภาชนะที่มีปากแคบ

- ใช้เป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ได้
ลองนำไปปฏิบัติตามกันได้.

วิธีกำจัดสารพัดกลิ่นที่ทำลายบรรยากาศ


สำหรับบ้านไหนที่มีกลิ่นอับชื้นหรือมีกลิ่นเหม็น สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกคือ รักษาความสะอาดใน
ห้องไม่ให้ ไม่ให้มีการหมักหมมของขยะ หมั่นเปิดประตูหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกขึ้น
ส่วนในห้องหับอื่นๆ ขอแนะนำในการจำกัดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ดังต่อไปนี้

1.กลิ่นบุหรีในห้อง
เปิด หน้าต่างให้โล่ง ใช้สำลีชุบแอมโมเนีย หรือน้ำส้มสายชูวางทิ้งไว้ตามจุดต่างๆ ภายในห้อง หรือจะจุดเทียนไขทิ้งไว้ในห้องเพื่อดับกลิ่นก็ช่วยได้

2.กลิ่นในห้องน้ำ
จุด เทียนไขไว้ในจานเชิง จากนั้นดับให้สนิท ยกไปวางไว้ในห้องน้ำ ปิดประตูทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที ก่อนจะเปิดประตูเพื่อระบายอากาศ กลิ่นไม่พึงประสงค์จะหมดไป

3.กลิ่นสีทาบ้าน

ผ่าครึ่งหอมหัวใหญ่ตามยาว แล้วนำไปวางตามจุดต่างๆในบ้านหอมหัวใหญ่ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีในการ
ดูดซับกลิ่น จะดูดกลิ่นฉุนของสีทาบ้านให้เบาบางลงได้

4.กลิ่นอาหารในครัว
ห้องครัวที่ทำอาหารเป็นประจำมักจะมีกลิ่นฉุน เราสามารถลดกลิ่นเหล่านี้ได้ โดยใช้ผงกาแฟโปรย
ลงบนเตา พอให้เกิดควัน จากนั้นปิดประตูห้องครัวไว้ราว 5 นาที แล้วจึงเปิดประตูตามปกติ กลิ่นจะ
จางลง ถ้าไม่มีกาแฟ ให้ใช้เกลือป่นหรือผงถ่านละเอียด โรยตามบริเวณที่มีกลิ่นก็ได้

5.กำจัดกลิ่นติดภาชนะในครัว
ไม่ว่าจะเป็นหม้อข้าวเหม็นคาว กลิ่นในเตาไมโครเวฟ หรือกลิ่นเหม็นติดภาชนะพลาสติก

6.กลิ่นหม้อข้าวเหม็นคาว
หากเผลอนำจานชามใส่อาหารที่มีกลิ่นคาวไปแช่น้ำรวมกับหม้อข้าว จะทำให้กลิ่นคาวติดในหม้อ
ไปด้วย เวลาหุงข้าวครั้งต่อไปจะไม่อร่อย เพราะข้าวสวยร้อนๆ มีกลิ่นคาวปน แก้ไขด้วยการนำกาก
ชาลงไปต้มในหม้อดังกล่าว รอให้น้ำเดือดแล้วเททิ้ง จากนั้นล้างซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำยาล้างจาน กลิ่น
คาวก็จะหมดไป

7.กลิ่นเหม็นในเตาไมโครเวฟ
มีวิธีทำที่ง่ายแสนง่าย เพียงใช้น้ำมะนาวหนึ่งลูกผสมน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว คนให้เข้ากัน แล้วนำไป
เข้าเตาไมโครเวฟ เปิดเตาทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที เพียงเท่านี้กลิ่นเหม็นก็จะจางหาย

8.กลิ่นเหม็นติดภาชนะพลาสติก
ปัญหา ที่พบบ่อยๆ สำหรับการใช้ภาชนะพลาสติก คือ มักมีกลิ่นอาหารติด ล้างอย่างไรก็ออกไม่หมด แก้ได้เพียงแช่ภาชนะเหล่านั้นในน้ำส้มสายชู ทิ้งไว้สองวัน แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

9.กำจัดกลิ่นติดมือ
กลิ่นติดมือเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ทำให้เราหงุดหงิดอยู่บ่อยครั้ง มีวิธีกำจัดดังต่อไปนี้

10.กลิ่นหอมหัวใหญ่ติดมือ
ใช้สำลีชุบน้ำส้มสายชูเช็ดไปตามเล็บและบริเวณอื่นๆ จนทั่วฝ่ามือ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด กลิ่นจะไม่มากวนใจอีก

11.กลิ่นคาวติดมือ
ใช้ใบผักกาดขาวถูไปมาให้ทั่วมือ จากนั้นล้างซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำสบู่ กลิ่นจะจางหายไป หรือใช้ข้าว
สวยประมาณ 1 กำมือ ถูไปตามมือทิ้งไว้ 2-3 นาที ก็จะช่วยขจัดความเหม็นตามเล็บและมือได้เช่นกัน

สำหรับคนที่มีปัญหากับกลิ่นคาวและเมือกลื่นๆ ของปลาแนะนำว่าก่อนขอดเกล็ดให้ลองใช้สารส้มถู
ให้ทั่วตัวปลา แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทั้งเมือกและกลิ่นคาวจะหมดไปค่ะ

ทำไมโดนัทถึงต้อง มีรู !!


โดนัท (Doughnut, Donut) เป็นขนมแป้งทอดหรืออบ ที่มีเนื้อคล้ายกับขนมเค้ก มีลักษณะกลมมีรูตรงกลางคล้ายกับห่วงยาง มีหลายรสชาติ ถ้าเป็นของไทยจะมีน้ำตาลอยู่ที่ผิวของขนม โดนัทสามารถแบ่งออกตามกรรมวิธีการผลิตได้เป็น2 ประเภท คือ โดนัทยีสต์ และโดนัทเค้ก

กระบวนการผลิตโดนัทยีสต์นั้น จะใช้ยีสต์เป็นส่วนประกอบในการหมักแป้งให้ขึ้นฟู ซึ่งแตกต่างจากโดนัทเค้ก จะใช้ผงฟูในการหมักแป้งให้ขึ้นฟู ดังนั้นรสชาติ และเนื้อสัมผัสจะมีความแตกต่างกัน เนื่องจากโดนัทเป็นเพียงแป้งทอดธรรมดา ไม่มีรสชาติ ผู้ผลิตจึงได้เพิ่มสิ่งต่างๆลงไป เพื่อให้โดนัทมีรสชาติที่ดีขึ้น อาทิ สอดไส้ คลุกน้ำตาล เคลือบหน้าโดนัทด้วยสีสรรต่างๆ
ปัจจุบันโดนัทเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น สามารถหาซื้อได้ตั้งแต่บนห้างสรรพสินค้าจนถึงตลาดนัด ราคาขายแตกต่างกันไปตามแต่ละสถานที่

ขนมโดนัทซึ่งเป็นขนมพื้นเมืองของเนเธอแลนด์ แต่เดิมไม่มีรูตรงกลาง แต่เป็นแป้งทอดมีรสหวาน บางครั้งโรยน้ำตาลด้วย มีชื่อภาษาดัตช์ที่แปลเป็นไทยได้ว่า ขนมน้ำมัน (oil cake) ชาวยุโรปที่อพยพไปสหรัฐอเมริกาในต้นศตวรรษที่17 ได้นำขนมประเภทนี้ไปด้วยเนื่องจากขนมนี้มีรูปร่างกลม เล็กเท่าลูกวอลนัท ชาวนิวอิงแลนด์จึงเรียกขนมนี้ใหม่ว่า โด ซึ่งแปลว่า ก้อนแป้งรูตรงกลาง


โดนัทเพิ่งเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 19เมื่อนาย แฮนสัน เกรกอรี กัปตันเรือชาวเมืองรอคพอท รัฐเมน เจาะรูแป้งโดนัทที่มารดากำลังจะทอด เพราะคิดว่าการขยายพื้นผิวหน้าของขนม จะทำให้ทอดได้ง่ายขึ้นและสุกเร็วขึ้น เพราะแต่เดิมนั้น ตรงกลางของโดนัทมักจะแฉะสุกไม่ทั่ว เมืองรอคพอทมีความภาคภูมิใจในรูของโดนัทมาก ถึงกับสร้างป้ายทองแดงจารึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์คร ั้งนี้เอาไว้

ดื่มน้ำตอนไหนได้ประโยชน์ที่สุด


ทราบรึเปล่าคำว่าการดื่มน้ำก็ต้องมีเวลาที่ดื่มแล้วให้ประโยชน์สูงสุดเหมือนกัน วันนี้มีความรู้เรื่องนี้มาฝากกัน จะต้องดื่มน้ำเวลา ... - ตื่นนอนตอนเช้า 1 แก้ว (400 ซี.ซี.) เพราะเป็นช่วงที่มีความเข้มข้นของเลือดสูง เลือดจะมีลักษณะขาดน้ำ - ตอนสาย ๆ 2 แก้ว (เวลาประมาณ 9 โมงถึง 10 โมงเช้า) ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีของเสียเกิดขึ้น เพราะร่างกายได้ทำงานไประยะหนึ่งแล้ว ฉะนั้น จึงควรดื่มน้ำเพื่อมาชำระของเสียเหล่านั้นออกไป - ตอนบ่าย ๆ 3 แก้ว (เวลาประมาณบ่ายโมงถึงบ่ายสอง) - ตอนเย็น 3 แก้ว (เวลาประมาณ 1 ทุ่มถึง 2 ทุ่ม) - ก่อนนอนให้ดื่มน้ำอีก 1 แก้ว เพื่อให้น้ำที่ดื่มไหลเวียนชะล้างสิ่งตกค้างในลำไส้และกระเพาะอาหาร ยิ่งถ้าเป็นน้ำอุ่นด้วยแล้วจะยิ่งช่วยให้หลับสบายยิ่งขึ้น ได้ทราบกันไปแล้วนะคะว่า น้องๆ ควรดื่มน้ำเวลาไหนกันบ้าง ที่นี้เราก็ควรฝึกการดื่มน้ำให้เป็นเวลา แล้วดื่มให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมด้วย

วิธีทดสอบ น้ำในหูของเรา ลองทำกันดูนะ


1 ยืนตรง 2 กางแขนออก ด้านข้าง ให้ตั้งฉากกะลำตัว และเป็นเส้นตรง 3 ลับตาลง 4 ยกเข่าขึ้น ให้ตั้งฉากกะพื้นดิน ผลทดสอบ 1 หากว่าคุณทำตามแล้ว คุณเซไปเซมา แสดงว่าคุณมีน้ำในหูไม่เท่ากัน 2 หากว่าคุณทำตามแล้ว คุณยังยืนตรง อยู่ได้แสดงว่าคุณมีน้ำในหูเท่ากัน และสมองทำงานได้เท่ากัน

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

5 วิธีทำให้สมองฟิต ความคิดปิ๊ง



คุณเคยมีอาการอย่างนี้บ้างมั้ย
จับจ่ายไม่ได้ เพราะลืมกระดาษโน๊ตจดรายการของที่ต้องซื้อไว้ที่บ้าน
พระเอกหนังเรื่องที่ดูเมื่อวานชื่ออะไรน้า
จอดรถไว้ชั้นไหนของห้างนะ

อย่า! อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าคุณเริ่มแก่ สมองเริ่มเสื่อมแล้ว
มีวิธีฟิตสมองอย่างง่ายๆ ที่คุณทำได้ในชีวิตประจำวันมาฝากกัน จากหนังสือ “สมองฟิต ความคิดปิ๊ง

ก่อนฟิตสมอง คุณรู้มั้ยว่า
พฤติกรรมซ้ำๆ ทำให้สมองฝ่อ
ในโลกที่เราคาดเดาเกือบทุกอย่างได้ล่วงหน้า กิจวัตรส่วนใหญ่เป็นพฤติกรรมจากจิตใต้สำนึกที่เรากระทำโดยใช้พลังจากสมองน้อยมาก ทำให้ไม่ค่อยมีการเชื่อมโยงระหว่างเซลล์ประสาทในสมองชั้นนอก สมองจึงไม่ค่อยได้ออกกำลัง
ถ้าคุณขับรถหรือนั่งรถไปทำงานโดยใช้เส้นทางเดิมทุกวัน สมองคุณก็จะใช้ประสาทส่วนเดิมทุกวันเช่นกัน การใช้ประสาทเฉพาะส่วนนั้นๆ เป็นประจำทำให้เซลล์ส่วนนั้นแข็งแรง แต่ขณะเดียวกันประสาทส่วนอื่นๆกลับอ่อนแอเพราะถูกละเลย ผลดีก็คือ คุณเริ่มช่ำชองกับเส้นทางจาก ก ไป ข แต่ผลเสียคือ สุขภาพสมอง เพราะสมองพลาดโอกาสที่จะได้รับการกระตุ้นด้วยทัศนียภาพใหม่ๆ กลิ่นใหม่ๆ หรือเสียงใหม่ๆ ซึ่งเป็นความแปลกและหลากหลายที่จะช่วยให้เซลล์ประสาทหลายส่วนได้มีกิจกรรมออกกำลัง
ถ้าสมองได้รับสิ่งใหม่ ส่วนของสมองชั้นนอกหลายส่วนจะมีกิจกรรมมากขึ้นและหลากหลายขึ้น และเกิดการเชื่อมโยงเซลล์ประสาทสมองส่วนต่างๆในรูปแบบใหม่ ส่งผลให้มีการหลั่งสาร นิวโรโทรฟินส์ หรืออาหารสมองมากขึ้น เซลล์สมองจึงแข็งแรงขึ้น

5 วิธีฟิตสมองในตอนเช้า

1. หลับตาอาบน้ำ เปิดก็อกน้ำ ปรับความแรงหรืออุณหภูมิของน้ำโดยใช้ประสาทสัมผัสและความรู้สึก (อย่าลืมฝึกวิธีปรับอุณหภูมิให้แม่นก่อนลงมือเพื่อป้องกันน้ำร้อนลวกตัว) หลับตาใช้มือสัมผัสหาอุปกรณ์อาบน้ำ จากนั้นจึงล้างหน้า อาบน้ำหรือโกนหนวด

2.เกมสลับมือ ขยับสมอง ฝึกใช้มือข้างที่คุณไม่ถนัดแปลงฟัน หมุนฝาหลอดยาสีฟันและป้ายยาสีฟันบนแปรง อาจใช้วิธีนี้กับกิจกรรมยามเช้าอื่นๆ ...การฝึกลักษณะนี้เป็นการกระตุ้นสมองส่วนที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ให้เริ่มสั่งการเพื่อปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ที่สมองซีกนี้ไม่ค่อยมีส่วนร่วม มีการวิจัยพบว่าการฝึกเช่นนี้ส่งผลให้วงจรและเครือข่ายสมองในส่วนเยื่อหุ้มสมองคอร์แทกซ์ที่ทำหน้าที่ควบคุม และรับส่งคำสั่งจากมือ มีการขยายตัวอย่างมากและในอัตราที่รวดเร็ว หรืออาจลองทำสิ่งต่างๆด้วยมือข้างเดียว ก็ได้

3. อยู่ในโลกไร้เสียง ปิดหูด้วยการใส่หูฟังขณะรับประทานอาหารกับครอบครัวเพื่อสัมผัสโลกเงียบ...คนใกล้ตัวคงเคยบ่นว่าคุณฟังสิ่งที่เขาพูดเพียงครึ่งเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่มักเกิดขึ้นตอนยุ่งอยู่ ลองฝึกตัวเองด้วยวิธีนี้จะทำให้คุณบังคับตัวเองให้ใช้ตัวช่วยอื่นในการทำกิจกรรม เช่น รู้ว่าขนมปังปิ้งที่อยู่ในเครื่องปิ้งได้ที่แล้วโดยไม่ต้องพึ่งเสียง

4. เช้าวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ลองเลือกกิจกรรมต่อไปนี้หนึ่งหรือสองข้อ แต่ไม่ควรทำหมดทุกข้อในเช้าวันเดียวกัน
สลับลำดับกิจวัตรตอนเช้า เช่น ถ้าคุณเคยแต่งตัวก่อนกินข้าว ลองเปลี่ยนมากินข้าวก่อนแต่งตัว
ถ้าคุณเคยรับประทานกาแฟกับขนมปังทุกเช้า ลองเป็นข้าวโอ๊ตและชาสุขภาพ หรืออาหารอื่นบ้าง
เปลี่ยนเสียงนาฬิกาปลุก เปลี่ยนรายการวิทยุ หรือทีวีไปเป็นรายการที่คุณไม่เคยฟัง รายการเด็กเป็นตัวอย่างที่ดีในการกระตุ้นสมองให้สนใจในเรื่องที่คุณเคยมองข้าม
เปลี่ยนเส้นทางที่จะเดินทางไปทำงาน
จากการศึกษาภาพถ่ายของสมอง กิจกรรมใหม่ๆจะกระตุ้นเซลล์ประสาทที่กินพื้นที่สมองชั้นนอกในบริเวณกว้าง วิธีเติมกิจกรรมใหม่นี้จะให้ผลลดลงเมื่อกิจกรรมนั้นกลายเป็นสิ่งที่ทำเป็นกิจวัตรหรือเป็นอัตโนมัติ เนื่องจากสมองต้องใช้พลังในการทำสิ่งใหม่ๆ มากกว่าต่อนทำกิจกรรมที่ทำจนชินแล้ว

5. เซ็กซ์ สุดยอดกิจกรรมออกกำลังสมอง ความตื่นเต้นระทึกใจจากกิจกรรมแปลกใหม่ เป็นหัวใจหลักของการเร้าอารมณ์รักโดยเฉพาะในคู่สมรสที่แต่งงานมานาน เพราะช่วยให้คู่รักพบกับความท้าทายและตื่นเต้นจากประสบการณ์ทางเพศแบบใหม่ ใช้จินตนาการและดึงอารมณ์ความรู้สึกทุกส่วนออกมาปรับใช้ เช่น สวมชุดนอนผ้าไหมที่ให้ความรู้สึกสัมผัสที่เรียบลื่น โรยกลีบกุหลาบหอมกรุ่นบนเตียง นวดสัมผัสกันและกันด้วยน้ำมันหอมระเหย หรือสร้างบรรยากาศด้วยเสียงเพลงโรแมนติค
เซ็กซ์ที่ดีนับเป็นการออกกำลังสมองที่ดี ฟังดูอาจเป็นการสรรเสริญเยินยอกิจกรรมบนเตียง แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้เป็นการกล่าวเกินจริง เพราะในกิจกรรมร่วมรักมีการใช้ประสาทสัมผัสทุกอย่างที่ก่อให้เกิดการกระตุ้นในวงจรสมองทุกส่วนรวมทั้งวงจรที่รับรู้เรื่องอารมณ์

นอนอย่างไรให้ตื่นมาแล้วสดชื่นๆ


ลองมานอนอย่างได้กำไร ตามวิธีของนายแพทย์เดวิด ไซมอน ผู้อำนวยการศูนย์สาธารณสุขโชปรา ในลาโฮยา แคลิฟอร์เนีย และคณะกันเถอะ สร้างทัศนคติเรื่องการนอนเสียใหม่ บางคนมีความคิดว่า การนอนเป็นการเสียเวลา และเป็นการปล่อยให้ตัวเองสบายจนเกินไป ทำให้ไม่ให้ความสำคัญกับการนอน ลองคิดเสียใหม่ว่า การนอนคืนละ ๗-๘ ชั่วโมง เป็นการชาร์จพลังงานร่างกายให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่าในวันถัดไป - เข้านอนให้เร็วขึ้น เพราะการนอนแต่หัวค่ำและตื่นเช้า กับการนอนดึกแล้วตื่นสาย ใช้เวลาในการนอนเท่ากัน แต่การนอนแต่หัวค่ำและตื่นเช้าจะทำให้ร่างกาย มีความกระปรี้กระเปร่าในการทำงานได้ดีกว่า

- เปลี่ยนบางกิจกรรมที่ทำให้คุณเข้านอนดึก เช่น อัดเทปรายการทีวีภาคดึกไว้ดูในวันอื่นแทน หรือยกหูโทรศัพท์ออกทันทีในตอนสี่ทุ่ม

- เข้านอนในเวลาเดียวกันให้เป็นกิจวัตร ช่วงเวลานอนที่เหมาะสำหรับคนส่วนใหญ่คือ ๒๒.๐๐ น. ถึง ๐๖.๐๐ น. หรือ ๐๘.๐๐ น. ลองเลือกเวลาเข้านอนที่เหมาะกับตัวคุณเอง และปฏิบัติตามนั้น ไม่เว้นว่าจะเป็นวันหยุด เพื่อให้นาฬิการ่างกายไม่สับสน

- หรี่ไฟให้สลัว ก่อนจะเข้านอนสัก ๑ ชั่วโมง ให้คุณเตรียมร่างกายเสียก่อนด้วยการหรี่ไฟหัวเตียงให้ลดความสว่างลง เพื่อเตรียมสมองว่าจะได้เวลาพักผ่อนแล้วนะ จากนั้นหยุดกิจกรรมทั้งหลาย หากจะอ่านหนังสือ หรือดูทีวีก็เลือกเรื่องที่ไม่ตื่นเต้นผาดโผนนัก

- ทำให้ง่วง หากคุณยังไม่คุ้นกับการเข้านอนที่เร็วขึ้น ลองใช้วิธีเหล่านี้ช่วยให้ง่วงได้ง่ายขึ้น เช่น ดื่มชาคาโมมายล์อุ่น ๆ สักถ้วย เครื่องดื่มอุ่นจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

- ป้องกันการรบกวน ปรับอุณหภูมิห้องนอนให้พอดี และปิดโทรทัศน์ที่อยู่ในห้องนอนให้เรียบร้อยก่อนนอน เพื่อไม่ให้แสงและเสียงจากทีวีรบกวนสมองของคุณแม้ในเวลาหลับ

- ติดตั้งไฟกลางคืนไว้ในห้องน้ำ เพราะหากตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกแล้วต้องมาเจอกับแสงสว่างจ้าแยงตา จะทำให้คุณตาค้างและนอนหลับต่อได้ยาก - ทำจิตใจให้สงบ หากตื่นขึ้นมากลางดึก ลองนอนสงบใจ ด้วยการสูดลมหายใจเข้าทางจมูกช้า ๆ พร้อมกับคิดถึงที่ซึ่งคุณรู้สึกผ่อนคลาย แต่ถ้าคุณรู้สึกกังวล หรือกระสับกระส่ายจนนอนไม่หลับ ให้ลุกขึ้นไปเปิดเพลงเบา ๆ ฟังภายใต้แสงไฟสลัว ๆ วางกระเป๋าน้ำร้อนที่ท้อง ซึ่งเป็นวิธีที่จะช่วยให้ คุณรู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัย และกลับไปนอนอีกครั้งเมื่อรู้สึกง่วง

- ตื่นขึ้นรับแสงสว่างยามเช้า มีการศึกษาพบว่าถ้าร่างกาย ได้สัมผัสกับแสงสว่างเป็นเวลา ๓๐ นาทีเมื่อตื่น จะเป็นการปลุกนาฬิกาในร่างกายให้เริ่มวงจรการทำงานได้อย่างสดชื่น

- ปลุกด้วยเสียงที่แตกต่าง ลองเปลี่ยนไปใช้นาฬิกาปลุกที่เสียงต่าง ๆ กันบ้าง จะชวนให้ตื่นมากกว่านาฬิกาปลุกที่เสียงคุ้นหูมาแรมปี

- เคลื่อนไหวร่างกาย กิจกรรมยามเช้าจะสงสัญญาณไปที่สมอง ว่าถึงเวลาเข้าเกียร์แล้วนะ และเป็นการตั้งนาฬิการ่างกายว่า ถึงเวลาเริ่มเช้าวันใหม่แล้ว ตื่นขึ้นมาแล้วอย่ารีบเปิดข่าวค่ะ ลองฟังเพลงป๊อปสักเพลงที่ช่วยให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉง จนอยากขยับแข้งขยับขาตาม หรือจะออกกำลังกาย ด้วยการรำกระบอง หรือโยคะเสียหน่อยก็ไม่เลว

- หล่อเลี้ยงร่างกายให้ถูกทาง หลังจากตื่นสักครู่ให้ดื่มน้ำอุ่น หรือชาสมุนไพรที่ให้กลิ่นสดชื่น เพื่อปลุกระบบย่อยของร่างกาย ว่าได้เริ่มวันใหม่แล้ว แต่อย่าเพิ่งกินอาหารเช้าเร็วเกินไป ให้รอจนรู้สึกหิว เสียก่อน เพราะการกินอาหารเร็วเกินไป ทั้งที่ร่างกายยังไม่ต้องการ จะเป็นการทำให้ร่างกาย ทำงานหนักกับการย่อย จนไม่กระฉับกระเฉงเท่าที่ควร

- รับการนัดหมายในเวลาเช้า ลองระลึกถึงเมื่อตอนเป็นเด็ก คุณจะรีบเด้งตัวขึ้นจากที่นอนทันทีที่ลืมตา เพราะคุณรู้สึกว่ามีเรื่องสนุก ๆ รอให้ทำอยู่มากมาย ลองนัดเพื่อนที่รู้ใจรับประทานอาหารเช้าด้วยกัน หรือดูวิดีโอเทปที่โปรดปรานในระหว่างอาหารเช้า ขอให้มีความสุขกับการนอนและตื่นเช้าขึ้นมาอย่างสดชื่นทุกคนค่ะ. ถ้าความจำเป็นหรือด้วยเหตุผลส่วนตัว ที่เราไม่อาจปฏิบัติได้ทุกวัน ทดลองทำเฉพาะบางคืนที่เราต้องการตื่นอย่างสดชื่นในเช้าของวันที่สำคัญๆ ก็ไม่เลวนัก...

การซ่อนไฟล์โดยไม่ง้อโปรแกรม


สำหรับผมใช้โปรแกรมง่ายกว่าเยอะแต่วิธีนี้ก็ดีครับอ่านไว้เป็นความรู้ครับ สำหรับวิธีการ ล๊อก Folder ที่เราอยากจะเก็บไว้เป็นความลับไม่ต้องการให้คนอื่นม าเปิดดูไฟล์ใน Folder ของเราวันนี้ ขอเสนอวิธีการ ล๊อก Folder โดยการใช้ Bat file นะครับ วิธีการก็ง่ายๆครับ ให้คุณสร้าง Folder ที่คุณต้องการจะเก็บไฟล์นะครับ ในที่นี้ผมขอ สร้างเป็น ชื่อ ArmZa นะครับ วิธีการสร้าง Folder ทุกคนคงรู้อยู่แล้ว ผมไม่ขอพูดถึงนะครับ จากนั้นให้คุณเปิด Notepad แล้วพิมพ์ หรือ copy ของผมไปก็ได้ แล้วให้คุณปลี่ยน คำว่า ArmZa เป็นชื่อ Folder ของคุณ
รูปแบบของการเขียนไฟล์ปลดล๊อก.bat
ren ชื่อfolder {20D04FE0-3AEA-1069-A2D8-08002B30309D} ชื่อfolder. ก็จะได้ ren ArmZa.{20D04FE0-3AEA-1069-A2D8-08002B30309D} ArmZa
*****หมายเหตุ ชื่อ Folder ห้ามแว้นวรรค นะครับ เช่น New Folder เนี่ยะไม่ได้นะครับ เพราะว่า ใน command มันไม่รู้จัก วรรค ครับมันจะหาแค่ Folder ที่ชื่อว่า New เท่านั้น
จากนั้นให้คุณ ไปที่ File >>Save As >> ตั้งชื่อไฟล์ครับ >>ของผมผมจะตั้งชื่อว่า Key.bat ต้องเป็น .bat เท่านั้นนะครับ

แล้วให้คุณกลับมาที่ Notepad อีกครั้ง
ให้แก้โค้ดเป็นรูปแบบดังนี้ ren ชื่อfolder ชื่อfolder. {20D04FE0-3AEA-1069-A2D8-08002B30309D} ระหว่างชื่อfolder ให้ เคาะหนึ่งน่ะครับแล้วก็ตามด้วยชื่อfolder คุณจะได้โค้ดเป็น ren ArmZa ArmZa.{20D04FE0-3AEA-1069-A2D8-08002B30309D} จากนั้นให้คุณ ไปที่ File >>Save As >> ตั้งชื่อไฟล์ครับ >>ของผมผมจะตั้งชื่อว่า Lock.bat ต้องเป็น .bat เท่านั้นนะครับ เมื่อคุณต้องการ Lock โฟเดอร์ ให้คุณดับเบิ้ลคลิ๊กที่ไฟล์ Lock.bat เมื่อคุณต้องการ ปลด Lock โฟเดอร์ ให้คุณดับเบิ้ลคลิ๊กที่ไฟล์ Key.bat ผมได้แนบไฟล์ที่ผมทำไว้มาให้แล้วด้วยนะครับ สำหรับคนที่ไม่อยากเขียนเอง แต่อยากลอกโฟเดอร์ไม่ให้คนอื่นเข้ามาคุณก็แค่เอาไฟล์ ไปเก็บในโฟเดอร์ ArmZa ของผมเท่านั้นเอง เมื่อคุณต้องการ Lock โฟเดอร์ ให้คุณดับเบิ้ลคลิ๊กที่ไฟล์ Lock.bat เมื่อคุณต้องการ ปลด Lock โฟเดอร์ ให้คุณดับเบิ้ลคลิ๊กที่ไฟล์ Key.bat

กินอย่างไรเมื่อต้องอดนอน

ทุกคนคงทราบกันดีว่า การอดนอน หรือการนอนหลับไม่เพียงพอนั้น ถือเป็นพฤติกรรมหนึ่งที่มีผลลบต่อสุขภาพ

แต่หากมีความจำเป็นต้องอดนอนก็ควรทราบวิธีดูแลตัวเองเพื่อช่วยชดเชยพลังงาน ที่สูญเสียไป

ให้ร่างกายได้กระปรี้กระเปร่าสดชื่นกับการเริ่มต้นทำงานในเช้า วันใหม่

จากการวิจัยล่าสุดพบว่า การนอนที่ดีควรใช้เวลาในการนอนหลับอย่างน้อย 8 ชั่วโมง แพทย์หญิงลลิตา ธีระสิริ

แพทย์ธรรม ชาติบำบัด ศูนย์ธรรมชาติบำบัด บัลวี ให้ความรู้ว่า สมองเราทำงานเหมือนคอมพิวเตอร์

ถ้าเรานอนหลับสมองจะลบ เรื่องราวต่าง ๆ ในหัวทิ้ง เช่น ฝันถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ไร้สาระ พิสดารเกินจริง และถ้าเราเครียดมาก ๆ

จะฝันประมาณว่ากำลังวิ่งหนีหรือเหนื่อยหอบ ดังนั้นเราจึงควรนอนหลับ พักผ่อนสมองเพื่อลบเรื่องราวต่าง ๆ ที่รกสมองทิ้งไป

โดยธรรมชาติแล้วฮอร์โมนในร่างกายถูกจัดระบบให้นอนหลับในเวลากลางคืนและตื่น ในเวลากลางวัน

เพราะในเวลากลางวันเมื่อมีแสงสว่าง ต่อมไพเนียล หรือต่อมเหนือสมอง จะหลั่งฮอร์โมนซีโรโตนินออกมาเพื่อกระตุ้นให้ร่างกาย

ดำเนินกิจกรรมช่วงกลาง วัน ส่วนในเวลากลางคืนซีโรโตนินจะลดระดับลงเพื่อให้ร่างกายพักผ่อน รวมทั้งต่อมไพเนียลจะหลั่งฮอร์โมน

เมลาโตนินออกมาเพื่อให้ร่างกายง่วงนอนจนกระทั่งใกล้เช้าก็จะลดลงทำให้เราตื่นมาพอดี หากว่าเราอดนอนถือว่าเป็นการฝืนธรรมชาติ

อาจทำให้ร่างกายเสียสมดุลและ ทำให้เจ็บป่วยได้

อาการเจ็บป่วยจากการอดนอนที่ทำให้ภูมิต้านทานต่ำลง ได้แก่ เหนื่อย อ่อนเพลีย ปวดศีรษะและเวียนศีรษะ ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ

เกิดอาการท้องผูก ความดันสูง-ต่ำ ซึมเศร้า ท้อแท้ และหากอดนอนสะสมมาก ๆ อาจทำให้ระบบประสาททำงานผิดปกติจนเกิดอาการประสาทหลอนได้

ดังนั้นถ้าเราจำเป็นต้องอดนอน และในคืนนั้นรู้สึกหิว หากเกินเวลาเที่ยงคืนไปแล้วไม่แนะนำให้ดื่มกาแฟ เพราะจะกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว

นอนไม่หลับ วิงเวียนศีรษะ หรือดื่มนมวัว เพราะมีไขมันสูงย่อยยากใช้เวลาในการย่อย 3-4 ชั่วโมง จะเป็นการรบกวนกระเพาะอาหาร

ทางที่ดีควรรับประทานอาหารที่อุ่น ๆ ย่อยง่าย ๆ เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก น้ำข้าว หรือจะเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่ทำให้หลับง่ายกว่า

เช่น ข้าวเหนียวเปียกร้อน ๆ หรือกล้วยนำไปอุ่นให้ร้อน ๆ

ขณะเดียวกัน หากเราตื่นเช้ามาหลังจากการนอนดึกแล้วรู้สึกเพลีย ไม่สดชื่นให้ใช้วิธีอาบน้ำหรือแช่น้ำอุ่นจัด ๆ ประมาณ 3 นาที

และอาบน้ำเย็น ๆ อีก 2 นาทีสลับไปมา 3 รอบ จะทำให้ร่างกาย กระฉับกระเฉงขึ้นมากกว่าการดื่มกาแฟ 1 แก้วเสียอีก นอกจากนี้

ควรรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซีและบี เพราะการอดนอนจะทำให้ระดับฮอร์โมนจากต่อมไพเนียลปั่นป่วนทำให้เกิดความ

เครียดได้ จึงต้องรับประทานวิตามินคลายเครียด อาหารกลุ่มดังกล่าวก็ได้แก่ ข้าวกล้อง ผัก ผลไม้ โดยเฉพาะน้ำส้มคั้นสด ๆ

แต่ถ้าจะให้ดีควรรับประทานองุ่นแดงทั้งเปลือกและเมล็ด เพราะมีโอพีซี ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่าวิตามินซี 20 เท่าและวิตามินอี 50 เท่า

หากรู้จักวิธีดูแลสุขภาพตัวเองในยามที่ต้องอดนอนแล้วอย่าลืมนำไปปฏิบัติ เพื่อเป็นการชดเชยสุขภาพที่เสียไป แต่ถ้าไม่จำเป็น จริง ๆ

ก็อย่าอดนอนกันดีกว่าเพราะเป็นการทำลายสุขภาพให้เสื่อมโทรมลงไม่เป็นผลดี กับเราแน่ ๆ ที่สำคัญสุขภาพร่างกายไม่ได้หาอะไหล่เปลี่ยนง่าย ๆ เหมือนเครื่องยนต์นะ


วิธีทำให้หน้าเนียนใส ขาวอมชมพู



ผิวสาวถ้าจะให้ดูมีชีวิตชีวา ต้องขาวแบบมีเลือดฝาดไม่ใช่ขาวซีดเหมือนกระดาษ ยิ่งหน้าหนาวผิวสาวโดนลมหนาวพัดผ่านละเลียดผิว... ถ้าสาว ๆ คนไหนมีผิวแก้มเนียนชมพูใสมีเลือดฝาดระเรื่อ ก็ย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะแลดูเป็นสาวน่ารักเปล่งปลั่งและสุขภาพดี มีเคล็ดลับดี ๆ มาฝาก ให้คุณสาว ๆ ได้เป็นเจ้าของผิวหน้าสวยใสอมชมพูค่ะ

สดใสมีเลือดฝาดด้วยเบียร์สด...
ให้คุณสาว ๆ นำเบียร์สด 1/2 ถ้วยเล็ก น้ำผึ้งแท้ 2 ช้อนโต๊ะ และไข่ไก่ 1 ฟอง นำส่วนผสมทั้งหมดมาปั่นให้เป็นเนื้อครีมละเอียดเนียน แล้วนำเนื้อครีมเบียร์สดนี้มาพอกหน้าที่สะอาด พอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดหรือใช้โฟมล้างหรือสบู่อ่อน ๆ ก็ได้ค่ะ สูตรนี้จะช่วยให้ผิวหน้าเต่งตึง แลดูสดใสเปล่งปลั่ง มีเลือดฝาดขึ้นค่ะ

ชุ่มชื้นนุ่มนวลด้วยนมสดแอปเปิ้ล...
แอปเปิ้ลนอกจากจะมีรสชาติที่อร่อยหวานกรอบแล้วนั้น ยังมีคุณสมบัติที่ช่วยมอบความชุ่มชื่นสู่ผิว ทำให้ผิวแลดูสดใสขึ้น เหมาะกับผิวหน้าที่กร้านแดดกร้านลม ด้วยการล้างแอปเปิ้ลให้สะอาด ปอกเปลือกแอปเปิ้ลออก แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอประมาณ แล้วนำไปปั่นในเครื่องปั่นพร้อมผสมนมสดแช่เย็นลงไปเล็กน้อย ปั่นส่วนผสมทั้งหมดจนเข้ากัน แล้วนำส่วนผสมนี้มาพอกหน้าแล้วนวดคลึงเพียงเบา ๆ ประมาณ 20 นาที หลังจากนั้นจึงใช้นมสดเย็น ๆ ล้างผิวหน้า ตามด้วยการล้างหน้าตามปกติค่ะ

ลดเลือนริ้วรอยด้วยสตรอเบอรี่น้ำผึ้ง...
ผลไม้รูปร่างหน้าตาน่ารัก มีขนาดเล็กสีแดงสด นอกจากรสชาติอมเปรี้ยวอมหวานถูกปากใครหลาย ๆ คน และหารับประทานได้เฉพาะในช่วงฤดูหนาวอย่างนี้ ยังมีคุณสมบัติช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ บนผิวหน้าได้ อีกทั้งยังช่วยให้ผิวหน้าสดใสมีชีวิตชีวา เพียงแค่คุณนำสตรอเบอรี่สุก 2-3 ผล นำมาเด็ดขั้วออกแล้วนำไปล้างให้สะอาด น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ นำส่วนผสมทั้ง 2 อย่างนี้มาเข้าเครื่องปั่น ปั่นแค่ให้ละเอียดพอหยาบ ๆ นำมาพอกหน้าที่สะอาดทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงทำความสะอาดผิวหน้า